มีคนส่งเมล์มาให้... ดีนะ เลยอยากเอามาแบ่งกันอ่าน
Sunday, 8 August 2010
Editor for Trend Society Mag.//Hello Summer issue
การดื่มนับว่าเป็นอรรถรสทางด้านสุนทรียภาพอันดับต้นๆที่มนุษย์แสวงหา ไม่เพียงแต่รสชาติของเครื่องดื่ม เท่านั้นที่สำคัญแต่ยังคงรวมถึงภาชนะเพื่อการบรรจุเครื่องดื่มอีกด้วย “Carafe”เป็นชื่อเรียกเหยือกสำหรับบรรจุไวน์หรือ เครื่องดื่มsoft drink และน้ำดื่มในงานเลี้ยง แต่สำหรับ Nina Jobs นั้น เธอใส่ใจในรายละเอียดต่างๆด้วยการออกแบบ Barbara Carafe Vase โดยใช้กระบวนการเป่าแก้วแบบดั้งเดิมผสมผสานกลิ่นอายสัมผัสของยุคโมเดิร์น ภายในเหยือก บรรจุลูกแก้วคริสตัลสีสดใสที่ได้รับการเจียรนัยพื้นผิวอย่างดีเพื่อป้องกันการลื่นหล่นขณะรินเครื่องดื่ม แต่ถ้าต้องการ เปลี่ยนลักษณะการใช้งานเป็นแจกันนั้นเพียงแค่ดันลูกแก้วคริสตัลให้อยู่ด้านล่าง เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เครื่องประดับ ตกแต่งงานเลี้ยงฉลองอย่างมีสีสันมากยิ่งขึ้น เป็นที่ประทับใจของแขกผู้ร่วมงานอย่างแน่นอน
Designer: Nina Jobs
การจัด Displayไวน์ สำหรับร้านอาหารในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองนั้นดูจะเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับการ ดึงดูดลูกค้านักดื่มและยังคงความสะดวกให้กับบริกรผู้ให้บริการในร้านอีกด้วย สำหรับคอไวน์ตัวจริงแล้วนั้น การเก็บรักษาไวน์ให้ได้อุณหภูมิ ที่พอเหมาะดูจะเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าแหล่งที่มา และปีที่ผลิตไวน์ จากความละเมียดละไมของการเลือกสรรไวน์ จึงทำให้ Kendall LeCompte ออกแบบ “Mighty Wine Tree” โดยการใช้เหล็กเส้นดัดขึ้นรูปเป็นลักษณะสปริง เพื่อการรับน้ำหนัก มี3ขนาดด้วยกันคือ ขนาดเล็กบรรจุไวน์ได้7ขวด ขนาดกลางสำหรับ10ขวด และขนาดใหญ่สำหรับ 17ขวด มิใช่เป็นเพียงชั้นจัดเก็บไวน์เท่านั้น แต่ด้วยรูปทรงเส้นสาย โค้งเกลียวนี้ยังเป็นอีกหนึ่งงานศิลปะในการตกแต่งร้านได้อีกด้วยหรือจะนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดเรียงสินค้าอื่น ก็เก๋ไม่น้อย
Designer: Kendall LeCompte
นวัตกรรมงานออกแบบนั้นทำให้มนุษย์มีคุณภาพชีวิตที่สะดวก สบาย รื่นรมย์มากขึ้น โดยเฉพาะนวัตกรรมที่คำนึงถีง สภาพแวดล้อมแล้วนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง ผลงานการออกแบบและนำ“Solar Cell” หรือ พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นพลังงานสะอาดมาใช้นี้เป็นผลงานของ Léa Longis เพื่อการสร้างสรรค์เสียงเพลง โดยใช้ New Generation ของSolar Cellที่มีลักษณะ บาง โปร่งแสง โค้งงอได้และมีสีสันสดใส โดยขั้นตอนการเชื่อมต่อ เข้ากับวิทยุและลำโพง เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของแสงสีภายในห้องให้สอดรับกับรรยากาศอารมณ์ของเพลง จังหวะต่างๆ วิทยุเครื่องนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการให้เป็นของขวัญในเทศกาลส่งความสุขนี้ เป็นของขวัญรักษ์โลก ที่สดใสมากๆอีกชิ้นที่จะสร้างรอยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับ
ในงาน London Design Festivalที่เพิ่งผ่านมานี้ มีงานออกแบบชิ้นนึงที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากผู้เข้าชมงาน คือแจกันทรงเตี้ยสีขาวสะอาดตาที่หมุนไปมา เป็นผลงานของ Robin van Hontem โดยการใช้วัสดุและเทคโนโลยีล่าสุด ในการเลเซอร์เนื้อวัสดุที่เกิดจากการผสมผสาน และนำแนวความคิดจากความทรงจำในวัยเด็กของเครื่องเล่นที่รู้จักกันดี “ลูกข่าง” ดูจะเป็นชื่อที่ให้ภาพลักษณ์ที่ชัดเจนกับแจกันในcollectionนี้ซึ่งมีทั้งหมด 5 ขนาดนั้น ทั้งลักษณะการหมุน และการทรงตัวของแจกัน การเคลื่อนไหวต่างๆทำให้รูปทรงเรียบง่ายน่ามองยิ่งนัก และเป็นที่คาดหวังของผู้เข้าชม ในงานว่าแจกันcollectionนี้ จะถูกผลิตขึ้นและจัดวางจำหน่ายในไม่ช้า เพื่อให้ทันกับเทศกาลของการมอบความสุข ส่งท้ายปีนี้แน่นนอน
Editor for Trend Society Mag.//Sweet Time, Sweet Trip, Sweet Talk issue
Morgan hotel จัดเป็น “Luxury Boutique hotel” ชั้นนำในมหานครนิวยอร์ก สร้างขึ้นในปี1984 มีconceptที่เป็นเอกลักษณ์ คือ”home-away-from-home”ควบคุมtheme การออกแบบโดย Andree Putmanนักออกแบบตกแต่งภายในชาวฝรั่งเศสผู้ที่มีผลงานมากมายและมีชื่อเสียงระดับโลกชั้นนำของโลก ซึ่งเธอได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่ต่างๆรวมทั้งspaceของโรงแรม Morganครั้งล่าสุดในปี2008 โดยมีนักออกแบบที่มีชื่อเสียงทั่วโลกเข้าร่วมในการออกแบบแต่ละส่วนเช่น Trafik ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมาช่วยในเรื่องของการตกแต่ง lobby ด้วยลวดลาย ความต่อเนื่องของ pattern สีในส่วนของผนังและเพดาน ความน่าสนใจของโรงแรมนี้คือการตกแต่งที่หรูหรา โดยการใช้โทนสี เทา ดำและสีสดตัดกับความเข้มขรึมของบรรยากาศ สร้างความน่าสนใจกับประสบการณ์่ใหม่ที่ผู้เข้าพักจะได้รับ ในรูปแบบของ interactive experience เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นได้รับการออกแบบและคัดสรรมาอย่างดี สำหรับMorgan Hotel โดยเฉพาะ จึงทำให้ Morgan Hotelเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไปเยือนเมื่อไปถึงมหานครนิวยอร์ก
หลายคนคงเคยเห็นนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส โทนสีขาว เทา ดำ หรือสีสดจัดจ้านที่มีการบอกเวลาอย่างมี เอกลักษณ์ในชื่อแบรนด์“NOOKA” นั้น ด้วยรูปทรงของนาฬิกาที่ดูเรียบง่าย simple สะอาดตา คงเข้าใจกันว่า เป็นของนักออกแบบชาวญี่ปุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นของนักออกแบบชาวNew Yorker ที่ชื่อว่า Matthew Waldman ที่เป็นทั้งGraphic Designer และ Product Designerด้วยจึงทำให้งานออกแบบ “NOOKA” มีภาพลักษณ์อย่างที่เห็น และในCollection: Nookatastic: Nooka Zot V. ออกแบบมาในสีดำสนิท สีทองและเฉดสีเงิน สามารถตั้งเวลา บอกวันเวลาได้ในรูปแบบ Chronograph โดยจุดทั้ง12จุดนั้นแทนค่าชั่วโมง หรือเดือนในmodeของวันที่ ตัวเรือนทำจากสแตนเลส จอLCDและมีไฟbacklightจากความเรียบง่ายที่โก้หรูนี้ จึงทำให้NOOKAได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่เข้ารับการโหวต International Beauty Contest หรือที่เรียกว่า Pulchraอีกด้วย
“The Art Of Fusion”เป็นconceptใหม่ของนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษที่มีชื่อเสียงมาเป็นระยะเวลายาวนานที่ชื่อ” HUBLOT GENEVE” ซึ่งThe Art of Fusionนี้คือการนำวัสดุที่แปลกใหม่สำหรับการผลิตนาฬิกามาใช้ใน การออกแบบ เช่น เซรามิค ทอง red gold หรือแม้กระทั่ง Titanium โดยการผสมผสานวัสดุใหม่ๆนี้กับกรรมวิธี การผลิตนาฬิกาแบบสวิสดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่านาฬิกาที่ผลิตจากสวิสเซอร์แลนด์นั้นมีคุณภาพสูงรวมทั้งจัดว่ามีความเที่ยงตรง ทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน และสำหรับ HUBLOT BIG BANG นี้เป็นlimited edition ซึ่งผลิตขึ้นเพียง500เรือนเท่านั้น มีขนาด48mm. ระบบการทำงานเป็นระบบ self-winding บอกเวลาเป็นวินาทีที่มีความเที่ยงตรงสูง HUBLOT BIG BANG เป็นทั้งนาฬิกาและเครื่องประดับที่เรียบหรู มีสไตล์สำหรับสุภาพบุรุษที่มีเอกลักษ์โดดเด่นอย่างยิ่ง ด้วยตัวเรือนสีดำภายใต้แนวความคิด “BLACK OUT”
เมื่อกล่าวถึง Betsey Johnson บรรดาเหล่าแฟชั่นนิสต้าคงรู้จักเป็นอย่างดี และผลงานการออกแบบนาฬิกา ชิ้นนี้ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เป็นที่หมายปองจับจองของเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายด้วยความเรียบหรูของชิ้นงานสีดำเข้มขรึมผสมผสานอย่างลงตัวลงบนรูปทรงอ่อนหวานของโบว์ที่มีกลิ่นไอแบบ POP POP ในยุค1970’s การออกแบบโดยใช้รูปทรงของโบว์นั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแฟชั่นแต่การที่Betsey Johnson นำมาใช้ในการออกแบบผลงานชิ้นนี้ การใส่ใจในรายละเอียด สัดส่วนต่างๆทั้งตัวรือนและส่วนกำไลข้อมือ นั้นมีขนาด สี พื้นผิวและรูปทรงที่ให้ความรู้สึกแบบCasual Elegance และเป็นมากกว่าการบอกเวลาเท่านั้น
http://www.thisnext.com/item/B5E02B6D/Betsey-Johnson-Womens-Pop-Pop Editor for Trend Society Mag.//Beauty of Origin issue
วิวัฒนาการงานออกแบบพัฒนาตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์แต่ในขณะเดียวกันก็มีงาน ออกแบบอีกไม่น้อยที่ตอบสนองความจำเป็นของวิถีการดำรงชีวิตของคนอีกหลายกลุ่มเช่น งานออกแบบ “Tikk,tikk…tekk!” นี้เป็นผลงานการออกแบบของ Guopeng Liang&Yun Li โดยมีแนวความคิดเพื่อช่วยให้ผู้ที่มี ความบกพร่องทางสายตาสามารถวัดระยะ สิ่งต่างๆ ได้ทั้งในวิถีชีวิตประจำวันหรือในอาชีพ โดยลักษณะการใช้งาน มีดังนี้ คือ สอดนิ้วเข้าไปในวงแหวนข้างละวง ซึ่งทั้งสองชิ้นนี้ ผลิตจากวัสดุ พลาสติกชนิดอ่อนสามารถดึงออกจาก กันด้วยแม่เหล็กและมีเส้นสริงเชื่อมติดกัน ขณะที่ดึงออกจากกันเพื่อวัดระยะนั้น แกนที่ วงแหวนซึ่งมี อักษรเบล (Braille)จะหมุนตามไปด้วย โดยพิมพ์คำว่า Tik และ Tek คำว่าTikนั้นจะมีระยะห่างเท่ากับ 1cm. ส่วน Tek นั้นจะมีระยะเท่ากับ 5 cm. และยังสามารถวัดระยะจากกการกำหนดของผู้ใช้เองได้เช่นกำหนดระยะ 10 cm. ก็จะหมุนไปที่ Tek Tekและหมุนล็อคไว้เพื่อไม่ให้เส้นสริงเคลื่อนที่ จากนั้นก็วัดระยะได้ตามต้องการตั้งแต่ระยะ 1 cm.-100 cm. ทั้งยังเป็นผลงาน การออกแบบที่มีต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเทียบกับงานออกแบบสำหรับผู้บกพร่อง ทางสายตาและทางร่างกายอื่นๆอีกด้วย ต้องยกนิ้วให้ ในฐานะงานออกแบบเพื่อสังคมจริงๆ
“สูงสุดคืนสู่สามัญ” เป็นคำที่ตอบสนอง lifestyleสำหรับปัจจุบันได้ดีที่สุด เนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราใช้ชีวิตกัน อย่างรีบเร่งมากจนเกินไป จึงทำให้มีTrendที่เกิดขึ้นมาในแวดวงการออกแบบทั้งหลายว่า “ “Slow Life“ การให้ความสำคัญและ ละเลียดกับสิ่งต่างๆรอบตัว เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจในปัจจุบัน เช่นเดียวกับ ที่คั้นนำ้ผลไม้ของ Graeme Davies ซึ่งออกแบบ มาให้มีลักษณะการ บีบคั้นแบบดั้งเดิมแต่ผสมผสานประโยชน์ ใช้สอยอย่างลงตัวด้วยด้ามจับถนัดมือและยังสามารถ ทำความสะอาด ด้วยเครื่องล้างจาน แต่ที่เก๋ chicสุดน่าจะเป็น ถ้วยที่รองรับน้ำผลไม้ที่เข้ากันกับส่วนด้ามถือที่เป็นที่รองรับเมล็ดและกาก ด้วยการคั้น น้ำผลไม้แบบนี้จะทำให้ เอนไซม์สำคัญๆต่างๆจากผลไม้ไม่ถูกทำลายและยังได้น้ำผลไม้ที่สด สะอาด สำหรับผู้ที่รักและห่วงใยสุขภาพ อย่างแท้จริง และ Squeezing Delight นี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ตกแต่งแสนเก๋ในครัวอย่างฉาบฉวย เท่านั้น แต่เป็นการออกแบบ ซึ่งคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้ใช้้และประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่อง ครัวที่ควรคู่ครัวยิ่งนัก
ประเด็นความสนใจในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องการรณรงค์รักษ์โลกทั้ง Reduce-Reuse –Recycle หรือแม้กระทั่ง Re-think คือการคิดใหม่ ทำใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประหยัดพลังงาน มีผลงานการออกแบบมากมายที่ตอบสนอง แนวความคิดนี้ และยังมีผลงานที่ได้จากการตีความของคำว่า “You Only Live once.” ชีวิตคนเรามันสั้นนัก หรืออีกนัยหนึ่ง คือการที่เราเกิดมาหนเดียวตายหนเดียวนั่นเอง จากแนวความคิดนี้จึงทำให้ทีมmintselect @ mintpass นั้นออกแบบโคมไฟที่มีลักษณะคล้ายเงื่อนผูกคอสำหรับคนที่คิดสั้น โดยโคมไฟนี้มีลักษณะการใช้งานคือ เมื่อคุณดึงเงื่อนให้แน่น ไฟก็จะติด เหมือนกับการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองก็จะทำให้ชีวิตคุณสั้นลง แต่เมื่อคุณ คลายเงื่อนออกไฟก็จะค่อยๆดับเปรียบเหมือน เมื่อคุณรู้จักการประหยัดพลังงาน คุณก็จะยืดอายุของคุณออกไปอีก ดังนั้นโคมไฟจึงมิใช่เพียงโคมไฟเท่านั้นแต่ยังสื่อ ให้ผู้ใช้ตระหนักและเข้าถึงสิ่งที่ควรดูแลรักษา นับว่าเป็นงาน ออกแบบที่ผสานแนวความคิดกับชิ้นงานproduct ได้อย่างฉลาด แยบยลทีเดียว
ความสุขที่แท้จริงคือสุขจากการให้…การให้ทำให้ผู้ให้รู้สึกอิ่มเอิบใจ…จึงมีprojectดีๆที่ชื่อ 1/2 Project เกิดขึ้น ซึ่งProjectนี้เจาะจงที่บรรจุภัณฑ์ขวดน้ำโดยเฉพาะ มีทั้งขวดน้ำอัดลม เช่น Fanta, 7Up และ Coca Colaเป็นต้น รวมทั้งน้ำดื่มต่างๆ โดยมี conceptว่า “half for others, half for you” โดยการออกแบบขวดน้ำมีขนาด เพียง1/2sizeของขวดปกติ และ1/2ของรายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยเหลือองค์กรต่างๆ เช่น Unicef และองค์กร NGOs อื่นๆ ซึ่งการช่วยเหลือนี้แบ่งออกเป็น 7ประเภท อันประกอบไปด้วย วัคซีน, HIV, การศึกษา, อาหาร, น้ำ, เครื่องนุ่งห่ม, สาธารณะสุขต่างๆ การนำรายได้จากการจำหน่ายสิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสนั้น อาจจะเป็นเรื่อง ธรรมดาที่เราพบเห็นทั่วไปและเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่สิ่งที่โดดเด่นของโครงการนี้ คือภาพรวมทั้งหมดของโครงการ แน่นอนที่สุดคือ Concept ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย กระทบความรู้สึกของคนในสังคมได้ในวงกว้าง ด้วยภาพโปสเตอร์ ที่เป็นเด็กผิวสีและสตรีผิวขาวเคียงข้างขวดน้ำ และประโยคเรียบง่ายว่า “Half for others, half for you.” จึงทำให้ ประเด็นต่างๆที่นำเสนอนั้นน่าสนใจ และน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของโครงการช่วยเหลือสังคมในแบบไทย ไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
Designers: Sungjoon Kim & Jiwon Park
Thursday, 5 August 2010
SAI-SAI
ขอโทษจริงๆค่ะภาพไม่ชัดเลย...capture มาจากบทความที่ตีพิมพ์เพื่อจะรวมเล่มหน่ะค่ะ...เป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและบริษัทMZD. เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ ในรูปแบบของ Matrix Model มีการรับสมัครนักออกแบบในหลายๆสาขา เช่น Graphic, Architect, Interior, Fashion , Product, Jewellery เป็นต้น และแบ่งการทำงานแบบเป็นกลุ่ม ในหนึ่งกลุ่มจะมีผู้ที่ถนัดในด้านต่างๆหลากหลายคละกัน
โดยมี MR.MAZZIMO ZUCHI เป็นผู้ให้คำแนะนำตลอดการworkshop
![]() |
| 1st day @โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ |
โจทย์คือ Thai Lifestyle in Middle East.... J.A.O.....
6 Products
6 Products
Thai Lifestyle...กลุ่มเราเลย focus on ...วัฒนธรรมการกิน
ส่วน J.A.O ของโจทย์คือในหนึ่งกลุ่มต้องประกอบไปด้วย
product lineดังนี้...
product lineดังนี้...
J= Jewellery
A= Accessory
O= Ornament
![]() |
| 2nd time @ Rose Gardenสวนสามพราน |
ประเด็นที่เราสนใจคือ ถ้าพูดถึงเรื่องการกิน วัฒนธรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกินตั้งแต่การปลูกข้าว ซึ่งก็มีเรื่องวัฒนธรรมข้าวเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งกับภูมิปัญญา ความเชื่อ วิธีคิด ประเพณีต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยหรือวิเคราะห์ต่อเพื่อให้เกิดรากเหง้าของงานออกแบบที่มาจากบรรพบุรุษเราเอง...แต่ด้วยช่วงระยะเวลาอันสั้นของworkshop...สิ่งที่เราคิดว่าน่าจะเหมาะสมทั้งกับสภาพการณ์ปัจจุบันที่สังคม concernในเรื่องของสภาพแวดล้อมมากขึ้น + กับภูมิปัญญาการห่อขนมไทยและระยะเวลาในการทำงาน ...ภาพลางๆในหัวและปลายหางตาที่เราคาดว่าและอยากให้เป็นคือ simplicity.... functionality.....practically และต้อง sustainable.
![]() |
| 3rd time @Pattaya |
และก็มีการนัดคุย เม้าท์ กิน ดื่มกันนอกรอบตามมาเรื่อยๆ ...เป็นกลุ่มที่คึกสุด เพี้ยนสุด
โดยแกนนำ อาร์ต...เอ้...อี๊ด
น้องๆการ์ดคือ น้องพลอย...น้องเบล...น้องหนึ่ง...น้องอุ้ม
![]() |
| เพี้ยนมากกกกกกกกก |
มาถึงผลงานกันบ้าง....คิดได้ว่าจะใช้conceptขนมไทย เลยขับรถออกไปซื้อขนมใส่ไส้มา2มัด(10อัน)
นั่งกินไป พับไป รื้อไป...ไป ไป มา มา ก็เลยเอาการพับมา+กับลายใบตอง...conceptของsustainable ยังอยู่ เพราะใช้วัสดุแผ่นเดียว ประหยัดวัสดุและพลังงานในการผลิต...ไม่มีการเย็บ ติดกาว ตอกหมุดต่อประกอบกันแต่อย่างใด จึงทำให้ง่ายต่อการนำไปrecycle
และแล้ว ก็พัฒนาออกมาเป็นชิ้นนี้....เฮ้อ เหมาโฟมยางแถวบางบอนมาซะหมดร้านเลย...
ทำstudy modelเกือบ20ชิ้น...แต่ก็โอเคกับงานfinalนะ...เดี๋ยวว่างๆจะนั่งทำเป็นseries
ท้ายสุดก็ไปถ่ายรูปลงในหนังสือกัน...แต่เค้าให้พร็อพเราเป็นเตารีดอ่ะ...สงสัยแบนเหมือนกัน
ขอบคุณทุกๆคนที่ได้มีโอกาสร่วมงานกัน ขอบคุณพี่เอ้ อาร์ต น้องพลอย น้องเบล น้องหนึ่ง กับความทรงจำและมิตรภาพดีๆ...และพวกเราก็จะนัดกิน ดื่ม เม้าท์กันต่อไป555
Subscribe to:
Posts (Atom)























































































